วันอังคารที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
รู้จักกับ..ฟ้าทะลายโจร ยาครอบจักรวาล
ฟ้าทะลายโจรชอบอากาศร้อนชื้น พบมากในจีน อินเดีย ไทย มักขึ้นเองตามป่า เป็นพืชที่ปลูกง่าย ไม่เลือกดิน แต่โตดีในดินร่วนซุย ระบายน้ำดี ชอบแดดปานกลาง ถ้าอยู่ในที่ร่มทึบเกินไปจะทำให้โตช้า ถ้าโดนแดดจัดเกินไปจะทำให้ใบเล็กและเป็นสีม่วง
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Andrographis paniculata (Bum.f) Nees
ชื่ออื่นๆ : คีปังฮี(จีน), ฟ้าทะลายโจร, น้ำลายพังพอน, หญ้ากันงู, ฟ้าสะท้าน
ลักษณะ
เป็นไม้ล้มลุก สูง 30-60 ซม. ทั้งต้นมีรสขม ลำต้นเป็นสี่เหลี่ยม แตกกิ่งเล็กด้านข้างจำนวนมาก ใบสีเขียวเข้ม ตัวใบเรียว ปลายแหลม ดอกขนาดเล็กสีขาวประสีม่วงแดง ฝักคล้ายต้นต้อยติ่ง เมล็ดช้างในมีสีน้ำตาลอ่อน
สรรพคุณเด่น
แก้เจ็บคอ ต่อมทอนซินอักเสบ ไข้หวัด ท้องเสีย ร้อนใน
วิธีใช้ในครัวเรือน
ใช้ใบสดหรือแห้งประมาณ 5-6 ใบ ชงด้วยน้ำเดือด 1 แก้ว ปิดฝาทิ้งไว้จนยาอุ่น รินน้ำดื่มครั้งละ 1 แก้ว ก่อนอาหาร ดื่มวันละ 3 ครั้ง หรือใช้ฟ้าทะลายโจรทั้งต้น 1 กำมือ ต้มกับน้ำ 4 แก้ว ดื่มครั้งละ 1 แก้ว หลังอาหาร วันละ 3 ครั้ง
การปลูก และดูแล
ใช้กิ่งปักชำได้แต่เพาะด้วยเมล็ดง่ายกว่า เวลางอกเป็นต้นจะขึ้นพร้อมเพรียงกันสวยงาม เมล็ดเก็บจากจากฝักแก่สีน้ำตาลเข้ม เปลือกหุ้มแข็ง ก่อนหว่านควรกระตุ้นการงอกโดยนำเมล็ดไปแช่น้ำธรรมดาสัก 2 คืนหรือแช่น้ำร้อน 80-100 องศาเซลเซียส ประมาณ 5-10 นาที
ฟ้าทะลายโจรควรปลูกในที่มีไม้ใหญ่ช่วยบังแดดให้บ้าง แต่ยังได้แดดพอสมควร ไม่ร่มเกินไปเหมาะจะปลูกในพื้นที่ว่างระหว่างแถวไม้ผล ควรปลูกในหน้าฝน โดยเฉพาะต้นฝนราวเดือนเมษายน-ต้นพฤษภาคม ช่วงนี้เมล็ดจะงอกดีมาก ถ้าปลูกหน้าแล้งต้นจะเล็กไม่ค่อยมีใบ
โดยทั่วไปปลูกโดยไม่ต้องทำแปลง ยกเว้นพื้นที่ค่อยข้างลุ่มก็อาจทำแปลงยกร่องกว้าง 1-2 เมตร ไถพรวนดิน ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักพอประมาณไม่ต้องมาก ถ้าดินร่วนซุยอุดมสมบูรณ์อยู่แล้วก็แทบไม่จำเป็น หากมีเมล็ดมากพอและพื้นที่กว้าง ใช้วิธีหว่านเมล็ดโดยผสมกับทรายหยาบ เพื่อช่วยให้หว่านง่ายขึ้น หว่านให้หนาสักหน่อย ถ้าหว่านบางเกินไปฟ้าทะลายโจรจะขึ้นสู้หญ้าไม่ได้ แต่หนาเกินไปก็สิ้นเปลืองเมล็ด
หากเมล็ดมีจำกัดใช้จอบขุดเป็นร่องตื้นๆ ระหว่างแถวห่างกัน 40 ซม. โรยเมล็ดลงในร่องแล้วกลบดินเพียงบางๆ พอไม่ให้เห็นเมล็ด หรือใช้เมล็ดหยอดหลุม ขุดหลุมลึก 3-4 ซม. แต่ละหลุมห่างกัน 30 ซม. หยอดหลุมละ 3-5 เมล็ด แล้วเกลี่ยดินกลบ ปลูกเสร็จใช้ฟางหรือหญ้าแห้งคลุมแปลง รดน้ำให้ชุ่ม
ช่วงเมล็ดเริ่มงอกหากฝนไม่ตกควรดูแลอย่าให้ขาดน้ำ พอต้นโตขึ้นไม่ต้องดูแลมาก หากฝนทิ้งช่วงอาจรดน้ำให้บ้าง ถ้ามีวัชพืชขึ้น ให้ถอนหรือใช้จอบดาย ในกรณีที่ปลูกเป็นแถวหรือหยอดหลุมจะดูแลได้ง่ายกว่า
ช่วงปลายฝน อาจพบหนอนผีเสื้อมากัดกินใบ ควรเก็บเกี่ยวก่อนที่แมลงจะเริ่มระบาด หลังเก็บเกี่ยวแต่ละครั้ง หากใส่ปุ๋ยคอกจะเร่งให้ต้นยอดและกอใหญ่ขึ้น ฟ้าทะลายโจรปลูกครั้งเดียวก็พอ ในปีต่อๆ ไปก็จะเกิดขึ้นเอง ไม่ต้องปลูกอีก
การเก็บเกี่ยว
ต้นฟ้าทะลายโจรเริ่มเก็บใบเมื่ออายุได้ 3-4 เดือน (110-120 วัน) เป็นระยะที่ฟ้าทะลายโจรเติบโตเต็มที่ และเริ่มออกดอก ใช้กรรไกรตัดหรือใช้เคียวเกี่ยวมาทั้งต้น เหลือตอไว้ 10-15 ซม. เพื่อให้แตกยอดและกอใหม่ เก็บได้ปีละ 2 ครั้ง ปลูกต้นฝนจะเก็บเกี่ยวครั้งแรกราวปลายเดือนกรกฏาคม-ต้นสิงหาคม หลังจากนั้น 3 เดือนหรือต้นหนาวก็เก็บได้อีก
การแปรรูบ
นำฟ้าทะลายโจรมาล้างน้ำทั้งต้นประมาณ 3 ครั้ง หรือรูดเอาเฉพาะใบมาล้าง ค่อยๆ เอาใบใส่ลงในกะละมังที่ใส่น้ำสะอาด แล้วเปลี่ยนน้ำ 2-3 น้ำ ใช้กระชอนหรือตะแกรงช้อนเก็บใบขึ้นมาจากกะละมังเพื่อความสะดวก เวลาล้างไม่ควรขยำหรือสรงน้ำแรงเกินไปจนใบช้ำ ไม่ควรแช่น้ำไว้ใบจะอมน้ำทำให้ชำง่าย สะเด็ดน้ำให้ใบแห้งในครั้งสุดท้าย
เอาใบที่สะอาดดีแล้วใส่กระจาดหรือตะแกรง เกลี่ยใบให้กระจายจนทั่วไม่ซ้อนทับกัน นำมาผึ่งลมประมาณ 3 วัน ไม่ควรตากแดดเพราะจะทำให้ใบซีด ถ้าตากในตู้อบแสงอาทิตย์ประมาณ 2 วัน ตากในตู้อบไฟฟ้าใช้เวลา 2 ชั่วโมง
การแปรเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป
ปั้นเป็นลูกกลอน, บรรจุแคปซูล, ยาอัดเม็ด, ยาหม่อง, ยาสระผม
ที่มา : http://www.108kaset.com/index.php/topic,260-%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%82%E0%B8%88%E0%B8%A3-%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A5.html
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น